Get Adobe Flash player

สถานที่สำคัญ

อำเภอบางปะกง

http://www.baanplaloma.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=516704&Ntype=3

        ในทุกๆ ปี มักจะมีผู้พบเห็น ปลาโลมา ที่บริเวณเกาะกลางน้ำ ปากน้ำ บางปะกง ใกล้กับโรงไฟฟ้า บางปะกง ปลาโลมา ที่พบเป็นชนิดหัวบาตร มีนับร้อยตัว ซึ่งหนีหนาวอพยพมาอยู่ในบริเวณนี้ ช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงเมษายนของทุกปี และเมื่อเดือนกรกฎาคม 2545 กฟผ. ไดดำเนินการโครงการปลูกป่าถาวรเฉลิมพระเกียรติฯ มีการปลูกป่าชายเลนในพื้นที่ 60 ไร่ ที่เกาะกลางปากน้ำ บางปะกง ใช้พันธุ์ไม้ 4 ชนิด จำนวน 45,000 ต้น และมีการดูแลรักษาจนได้ป่าชายเลนที่สมบูรณ์พอที่จะเป็นแหล่งอาหารให้กับฝูง ปลาโลมา นี้ ในเดือนพฤศจิกายน ถึงกุมภาพันธ์ จะมีบริการ ล่องเรือชมปลาโลมา ชมระบบนิเวศป่าชายเลน และเกาะกลางแม่น้ำ ซึ่งมีนกนานาชนิดอาศัยอยู่จำนวนมาก

       ที่ปากแม่น้ำ บางปะกง กระแสน้ำมิเพียงนำพาสัตว์ทะเลเข้ามาสู่ห้วงน้ำนี้เท่านั้น แต่ยังได้ชักนำ ‘โลมา’ ทูตสันถวไมตรีแห่งทะเลไทย’ เข้ามาด้วย โลมา กลายเป็นสีสันของรอยต่อระหว่างแม่น้ำและท้องทะเล ณ บริเวณปาก อ่าวบางปะกง การล่องเรือออกไปดู โลมา ทำให้ที่นี่กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศซึ่งแตกต่างจากที่อื่นๆ

การเดินทาง
       ใช้เส้นทางถนนบางนา-ตราด ข้ามสะพาน บางปะกง กลับรถตรงช่องกลับที่ 2 ผ่านโรงไฟฟ้า บางปะกง เข้าทางคู่ขนาน เลี้ยวซ้ายเข้าวัดท่าข้าม แล้วเลี้ยวขวาผ่านสนามกอล์ฟ รอยัล เลกไซด์ ตรงไปท่าเรือเทศบาล ตำบลท่าข้าม ระยะทางจากปากทางประมาณ 2 กิโลเมตร

ข้อแนะนำ
โลมา จะเข้ามายังปาก อ่าวบางปะกง ทุกปี ในช่วงปลายเดือนตุลาคม-กุมภาพันธ์ มีเรือเช่าไปชม โลมา ขนาดเรือที่ไม่เกิน 10 ที่นั่ง ประมาณ 500 บาท ลงเรือจากท่าเรือ อบต.ท่าข้าม ใช้เวลาประมาณ 30 นาที หรือลงเรือที่ท่าเรือเทศบาลคลองตำหรุ อำเภอเมืองฯ ใช้เวลาประมาณ 15-20 นาที เวลาที่ไปชมไม่ควรเกิน 9 โมงเช้า

อำเภอสนามชัยเขต

ช.1

1. วัดพระธาตุวาโย (วัดห้วยน้ำทรัพย์)

หน้าวัดจะสังเกตเห็นพระพุทธรูปขนาดใหญ่ ภายในวัดมีเจดีย์ทรงระฆัง ประดับด้วยกระจกสีเหลือง น้ำเงิน ขาว งดงามแปลกตา ด้านในเจดีย์มีพระพุทธรูปจำนวนมาก และภาพเขียนสีน้ำมันเป็นเรื่องราวในพุทธประวัติ มีบันไดขึ้นไปด้านบนได้หลายชั้น ชั้นบนสุดจะมองเห็นทิวทัศน์โดยรอบและอ่างเก็บน้ำลาดกระทิง ซึ่งเป็นอ่างเก็บน้ำขนาดเล็ก สภาพโดยรอบคงความเป็นธรรมชาติเหมาะสำหรับเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจ

         หน้าวัดจะสังเกตเห็นพระพุทธรูปขนาดใหญ่ ภายในวัดมีเจดีย์ทรงระฆัง ประดับด้วยกระจกสีเหลือง น้ำเงิน ขาว งดงามแปลกตา ด้านในเจดีย์มีพระพุทธรูปจำนวนมาก และภาพเขียนสีน้ำมันเป็นเรื่องราวในพุทธประวัติ มีบันไดขึ้นไปด้านบนได้หลายชั้น ชั้นบนสุดจะมองเห็นทิวทัศน์โดยรอบและอ่างเก็บน้ำลาดกระทิง ซึ่งเป็นอ่างเก็บน้ำขนาดเล็ก สภาพโดยรอบคงความเป็นธรรมชาติเหมาะสำหรับเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจ

การเดินทาง

        ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 3259 (สายสนามชัยเขต – ท่าตะเกียบ) ห่างจากตัวอำเภอประมาณ 9 กิโลเมตร

2.ศูนย์ศึกษาพัฒนาการสังคมหมู่บ้าน (วนเกษตร) หรือ บ้านศานติธรรม

        ใช้ ทางหลวงหมายเลข 3245 (พนมสารคาม-สนามชัยเขต) เลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 3259 (สนามชัยเขต-ท่าตะเกียบ)ประมาณ 3 กิโลเมตร ภายในอาณาบริเวณเกือบ 10 ไร่ มีพันธุ์ไม้กว่า 700–800 ชนิด เป็นสมุนไพรรักษาโรคต่างๆ ภายในมีเรือนไม้แบบไทยมุงด้วยกระเบื้องว่าว ใต้ถุนสูงสำหรับประชุมหรือบรรยาย ชั้นบนใช้เก็บและแสดงเครื่องมือเครื่องใช้พื้นบ้านวัตถุโบราณ ของใช้รุ่นเก่าต่างๆ ด้านหลังบ้านมียุ้งข้าวจำลองและอุปกรณ์นวดข้าว สีข้าว บริเวณบ้านส่วนหนึ่งจัดไว้เป็นที่สำหรับตั้งค่ายพักแรมสำหรับเยาวชน มีลานสันทนาการ และบริเวณทำกิจกรรม

สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ คุณวิบูลย์ เข็มเฉโทร 0-3859-7441, 0-3859-7715

อำเภอพนมสารคาม

พ.1

1. เขาหินซ้อน

ตั้งอยู่ริมทางหลวงหมายเลข 304 (ฉะเชิงเทรา-กบินทร์บุรี) กม.ที่ 53 อยู่ห่างจากตัวเมืองฉะเชิงเทรา 53 กม. เป็นภูเขาที่มีความสูงไม่มากนัก ประกอบด้วยก้อนหินขนาดใหญ่น้อย รูปทรงต่างๆ เรียงรายอยู่ตามธรรมชาติ บริเวณเขาหินซ้อนจัดเป็น “สวนรุกขชาติสมเด็จพระปิ่นเกล้าฯ” เป็นที่ตั้งของศาลสมเด็จพระปิ่นเกล้าฯ ประดิษฐานพระบวรราชานุสาวรีย์ของสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลปัจจุบันได้เสด็จพระราชดำเนินทรง เปิดศาลนี้เมื่อปี พ.ศ. 2522 ด้านหลังของศาลนี้เป็นที่ตั้งของวัดเขาหินซ้อน

 พ.2

2. ศูนย์ศึกษาพัฒนาเขาหินซ้อน

 ตั้งอยู่ ตำบลเขาหินซ้อน ริมทางหลวงหมายเลข 304 กม.ที่ 51-52 อยู่ห่างจากอำเภอพนมสารคาม 17 กม. มีเนื้อที่รวม 1,869 ไร่ เป็นศูนย์ศึกษาพัฒนาการเกษตรแผนใหม่ โดยความร่วมมือทั้งจากส่วนราชการและเอกชน มีการแบ่งพื้นที่ภายในศูนย์เพื่อทำการสาธิตและทดลองงานต่าง ๆ ได้แก่ การพัฒนาที่ดิน การปศุสัตว์ การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ งานศิลปาชีพและโครงการสวนป่าสมุนไพร มีแปลงทดลองปลูกพืชนานาชนิด อาทิ พันธุ์หวายที่มีในประเทศไทย อโวคาโด มะม่วงทุกพันธุ์ทั้งของประเทศไทย และต่างประเทศ โดยจัดตั้งเป็น “สวนพฤกษศาสตร์ภาคตะวันออก” เพื่อดูแลงานวิจัยเกี่ยวกับคุณประโยชน์ของพืชต่างๆ ทั้งสมุนไพรและต้นไม้หายาก ได้แก่ ต้นลาพรรษาและต้นชมพูภูคา ซึ่งขณะนี้พบได้ที่นี่แห่งเดียวในโลก ภายในอาคารจัดเป็นนิทรรศการบรรยายและสาธิตการผลิตสมุนไพรต่างๆ มีห้องอบสมุนไพร เปิดบริการทุกวันพุธ-พฤหัสบดี และเสาร์-อาทิตย์ ค่าบริการ 20 บาท ผู้ที่สนใจจะเข้าชมศูนย์เป็นหมู่คณะ ต้องการ เจ้าหน้าที่นำชม ทำหนังสือติดต่อล่วงหน้า นอกจากนั้นศูนย์ฯ ยังมีบริการที่พัก
สอบ ถามรายละเอียด สำนักงานคณะกรรมการพิเศษ เพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจาก พระราชดำริ โทร. 280-6198-200 หรือศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนโทร. (038) 599-009

http://www.ldd.go.th/web_study_center/khoahinson/hinsub/hin_history.asp

อำเภอบางคล้า

1. อนุสรณ์สถานพระสถูปเจดีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช

ประวัติความเป็นมา
สร้าง ขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์แด่สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชที่ได้รับชัยชนะในการสู้ รบกับพม่าบริเวณปากน้ำโจ้โล้ ทรงใช้เมืองฉะเชิงเทราเป็นเส้นทางเดินทัพผ่านในการกอบกู้เอกราช หลังเหตุการณ์เสียกรุง เล่ากันว่าก่อนหน้านั้น สถานที่นี้เคยเป็นที่ตั้งของเจดีย์อนุสรณ์ชัยชนะของพระองค์คราวสู้รบกับพม่า ในบริเวณนี้ ภายหลังเจดีย์ได้พังทลายลงในปี พ.ศ. 2484 โดยไม่ทราบสาเหตุ แต่ยังคงเล่าเรื่องราวสืบต่อกันมา และได้สร้างศาลพร้อมอนุสาวรีย์พระเจ้าตากสินมหาราชนี้ขึ้นใหม่ เมื่อปี พ.ศ. 2531

สิ่งที่น่าสนใจ
อยู่ ห่างจากตัวเมืองฉะเชิงเทรา 23 กิโลเมตร จะเห็นค้างคาวแม่ไก่เกาะอยู่ตามต้นไม้ค้างคาวแม่ไก่เป็นค้างคาวที่มีปีกสีดำ หน้าตาเหมือสุนัขจิ้งจอกคือ มีจมูกและใบหูเล็ก ตาใหญ่ขนสีน้ำตาลแกมแดง ในเวลากลางวันจะอยู่กันเป็นกลุ่มใหญ่เกาะกิ่งไม้ห้อยหัวลงมา ยามพลบค่ำก็จะออกบินไปหากินหากล่องเรือชมทัศนียภาพตามลำน้ำบางปะกงจะผ่านวัด นี้นักท่องเที่ยวสามารถแวะขึ้นชมวัดได้จากท่าน้ำของวัด
การเดินทาง ไปตามทางหลวงหมายเลข 304 (สายฉะเชิงเทรา-กบินทร์บุรี) ประมาณ 17 กิโลเมตร แยกซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 3121 เข้าตัวอำเภอบางคล้าไปประมาณ 6 กิโลเมตร ผ่านศาลเจ้าตากสินมหาราชแล้วเลี้ยวซ้ายประมาณ 500 เมตร

2. วัดแจ้ง

 

        ตั้งอยู่บริเวณตลาดบางคล้า มีพระอุโบสถที่งดงามเป็นศิลปะแบบไทยผสมจีน มีรูปปั้นยักษ์ข้างโบสถ์ ไม่ปรากฏว่าสร้างในปีใด ชาวบ้านเล่ากันต่อมาว่าในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ยกทัพไปตีเขมร เดินทัพมาสว่างบริเวณนี้ จึงได้สร้างวัดแห่งนี้และขนานนามว่า “วัดแจ้ง”

 

3. หมู่บ้านน้ำตาลสด

ตั่งอยู่ที่บ้านปากน้ำ ต.ปากน้ำ เป็นแหล่งผลิตน้ำตาลสดพร้อมดื่ม ชมชั้นตอนการผลิตน้ำตาลสดจากต้นตาลโตนด โดยเกษตรกรในแบบดั่งเดิม เริ่มต้นด้วยการปีนต้นตาลสูงระฟ้าเพื่อรองน้ำตาล ต่อด้วยขบวนการต้มน้ำตาลสด ทำน้ำตาลสด ทำน้ำตาลปึก ชิมน้ำตาลสดพร้อมหวานชื่นใจ ก่อนกลับเลือกซื้อเป็นของฝากไม่ว่าจะเป็นน้ำตาลสด น้ำตาลปึก งวงตาลตัวผู้ซึ่งเชื่อว่ารักษาโรคเบาหวานได้ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานเกษตรอำเภอบางคล้า โทร 0 – 3854 – 1003

4.วัดโพธิ์บางคล้า

ภาพกิจกรรม

สิงหาคม 2018
พฤ อา
« ก.ย.    
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031  

ความเห็นล่าสุด