Get Adobe Flash player

บุคคลสำคัญ

พระราชมงคลรังษี โมลีภาวนาวรกิจฯ

พระ

ประวัติส่วนตัว

ชื่อ  : พระราชมงคลรังษี โมลีภาวนาวรกิจ มหาคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี

อายุ : 81

ตำแหน่งปัจจุบัน : เจ้าคณะบางปะกง และเจ้าอาวาสพระอารามหลวงวัดโสธรวรารามวรวิหาร

การศึกษาทางด้านสามัญ

 

พ.ศ.2484 : ชั้นประถมปีที่ 4 โรงเรียนวัดแสนภูดาษ ตำบลแสนภูดาษ อำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา

การศึกษาด้านธรรมมะ

พ.ศ.2511 : นักธรรมชั้นตรี(นธ.ชั้นตรี)จากสำนักเรียนวัดท่าสะอ้าน อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา

พ.ศ.2512 : นักธรรมชั้นโท(นธ.ชั้นโท)จากสำนักเรียนวัดท่าสะอ้าน อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา

พ.ศ.2514 : นักธรรมชั้นเอก(นธ.ชั้นเอก)จากสำนักเรียนวัดท่าสะอ้าน อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา

 

ประวัติการทำงาน

 พ.ศ.2514 : เป็นครูสอนพระปริยัติธรรมวัดท่าสะอ้าน

พ.ศ.2518 : เป็นกรรมการสอบสนามหลวงแผนกธรรม และเป็นกรรมการตรวจข้อสอบธรรมสนามหลวง

พ.ศ.2521 : เป็นรองเจ้าอาวาสวัดท่าสะอ้าน

พ.ศ.2527 : เป็นกรรมวาจาจารย์

พ.ศ.2528 : เป็นเจ้าคณะตำบลบางวัว

พ.ศ.2529 : เป็นพระอุปัชฌาย์

พ.ศ.2532 : เป็นเจ้าอาวาสวัดท่าสะอ้าน อำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา

พ.ศ.2538 : เป็นกรรมการการศึกษาของโรงเรียนวัดท่าสะอ้าน “บูรณะสินอนุสรณ์”

พ.ศ.2546 : เป็นเจ้าคณะอำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา

: เป็นเจ้าสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดฉะเชิงเทรา แห่งที่11(วัดท่าสะอ้าน)

พ.ศ.2552 : เป็นเจ้าอาวาสพระอารามหลวงวัดโสธรวรารามวรวิหาร อำเภอเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา

: เป็นเจ้าสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดฉะเชิงเทรา แห่งที่29(พระอารามหลวงวัดโสธรวรารามวรวิหาร )

รางวัลและเกียรติคุณที่ได้รับ

พ.ศ.2514 : รับแต่งตั้งเป็นพระครูชั้นประทวน

พ.ศ.2528 :รับแต่งตั้งเป็นเจ้าคณะตำบลบางวัว อำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา

พ.ศ.2532 : รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัดท่าสะอ้าน ตำบลท่าสะอ้าน อำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา

พ.ศ.2533 : รับพระราชทานสมณศักดิ์ พระครูสัญญาบัตร เป็นพระครูสัญญาบัตรเจ้าคณะตำบล ชั้นตรี  พระครูประยุตพัฒนาภรณ์

 พ.ศ.2538 : รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์ พระครูสัญญาบัตร เป็นพระครูสัญญาบัตรเจ้าคณะตำบล ชั้นโท (จ.ต.ชท.)ในราชทินนามเดิม

                พระครูประยุต   พัฒนาภรณ์

  พ.ศ.2543 : รับแต่งตั้งพระครูสัญญาบัตรเจ้าคณะตำบล ชั้นเอก ในราชทินนามเดิม

  พ.ศ.2545 : รับพระราชทานเสาเสมาธรรมจักรในฐานะผู้ทำคุณประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนา

                 ประเภทส่งเสริมการเผยแผ่พะพุทธศาสนาสาขาเผยแผ่พะพุทธศาสนาในประเทศไทย

  พ.ศ.2546 : รับแต่งตั้งเป็น เจ้าคณะอำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา

  พ.ศ.2547 : รับพระราชทานเป็นพระราชาคณะสามัญ (พะพิพิธกิจจาภิวัฒน์)

  พ.ศ.2552 : รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสพระอารามหลวงวัดโสธรวรารามวรวิหาร ตำบลหน้าเมือง อำเภอเมือง จังหวัดฉะงเทรา

  พ.ศ.2552 : รับพระราชทานเป็นพระราชาคณะชั้นราช(พระราชมงคลรังษี วิ. ฝ่ายวิปัสสนากัมมัฏฐาน)

  พ.ศ.2553 : รับพุทธศาสตร์ดุษฎีบัณฑิตกิตติศักดิ์ สาขาปัสสนาภาวนา จากมหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

         อ้างอิงจาก: มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนคริทร์.(2554).พิธีถวายปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์

                               สาขาวิชาการศึกษาพัฒนาท้องถิ่น มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์

                               แด่ พระราชมงคลรังษี โมลีภาวนาวรกิจ มหาคณิสสร บวรสัฆาราม คามวาสี

                               เจ้าอาวาสพระอารามหลวงวัดโสธรวรรารามวรวิหาร

                               วันเสาร์ที่ 25 มิถุนายน 2554

                               ณ พระอุโบสถพระอารามหลวงวัดโสธรวรารามวรวิหาร

                               อำเภอเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา

                               ฉะเชิงเทรา:บริษัท เอ็มเอ็น คอมพิวออฟเซท จำกัด

พระราชมงคลรังษี โมลีภาวนาวรกิจ มหาคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี

เจ้าอาวาสพระอารามหลวงวัดโสธรวรารามวรวิหาร

 

ด้านศาสนา

ศาสนา1

พระพรหมคุณาภรณ์ (จิรปุญโญ ด.เจียม กุลละวณิชย์)
อดีตเจ้าอาวาสวัดโสธรวรารามวรวิหาร จังหวัดฉะเชิงเทรา

กำเนิด
หลวงปู่เป็นบุตรคนที่ ๓ ในจำนวน ๘ คน ของพ่อปลื้มและแม่สาย เกิดที่บ้านคลองขวางตำบลลาดขวาง อำเภอบ้านโพธิ์ จังหวัดฉะเชิงเทรา เมื่อวันอังคาร ขึ้น ๑๒ ค่ำ
เดือนอ้าย ปีเถาะจุลศักราช ๑๒๖๕ ตรงกับวันที่ ๑ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๔๔๖ เป็นปีที่ ๓๕
ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว บิดามารดา ตั้งชื่อให้ว่า “เจียม”
เป็นคำไทยพยางค์เดียวมีความหมายว่า “รู้จักประมาณตัว ประพฤติตนพอสถานประมาณ”

การศึกษา
– อายุ ๕ ขวบ พ่อปลื้ม ได้พาไปฝากให้ศึกษาเล่าเรียนกับพระอธิการแก่น เจ้าอาวาสวัดตึก (วัดชัยชนะสงคราม)ถนนเจริญกรุง

และจากนั้นได้ย้ายไปอยู่กับสามเณรแปลก เกษตรทัต (น้าชาย)ที่วัดตะเคียน
(วัดมหาพฤฒาราม) จนถึงอายุ ๑๖ ปี
– อายุ ๑๗ ปี เข้าเรียนแพทย์ที่โรงเรียนแพทย์หลวงโดยได้เป็นนักเรียนแพทย์เสือป่าประจำกรมนักเรียนแพทย์เสือป่าหลวง
– อายุ ๑๘ ปี ขอพระราชทานนามสกุลให้แก่นายปลื้ม (บิดา)โดยได้รับพระราชทานนามสกุลจากพระบามสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัวเจ้าอยู่หัว

เมื่อ พ.ศ. ๒๔๖๔ ว่า “กุลละวณิชย์”

การทำงาน
- อายุ ๒๑ ปี รับราชการทหารเป็นนักเรียนนายดาบที่กองร้อยนักเรียนนายดาบโรงเรียนนายร้อยชั้นมัธยม
– อายุ ๒๒ ปี ได้รับยศเป็นนายดาบ และไปรับราชการที่กองพลทหารบกที่ ๑๐จังหวัดร้อยเอ็ด และเวลาต่อมาได้ลาออกจากการรับราชการทหาร
– ๒๔๖๙-๒๔๗๐ ทำงานที่แผนกบัญชีรถไฟหลวง และธนาคารฮ่องกง

อุปสมบท
- ปี พ.ศ. ๒๔๗๐ (อายุ ๒๔ ปี) ได้อุปสมบท (วันที่ ๗ กรกฎาคม) โดยหลวงพ่อจิ๊ด
(พระครูพิพิธสุตสุนทรธัมมโชตมหาเถโร) เจ้าอาวาสวัดลาดขวาง เจ้าคณะแขวงบ้านโพธิ์
รองเจ้าคณะจังหวัด จัดบวชให้
– พ.ศ. ๒๔๘๐ เป็นรองเจ้าอาวาสวัดลาดขวาง
– พ.ศ. ๒๔๘๒ เป็นเจ้าคณะตำบลลาดขวาง
– พ.ศ. ๒๔๘๔ ได้สมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตร ที่ “พระครูอาทรพิพิธกิจ”
เมื่ออายุ ๓๘ ปี พรรษา ๑๔
– พ.ศ. ๒๔๘๗ เป็นพระอุปัชฌาย์
– พ.ศ. ๒๔๘๘ เป็นเจ้าอาวาสวัดพิพิธประสาทสุนทร (ลาดขวาง)
– พ.ศ. ๒๔๘๙ เป็นผู้เผยแผ่อำเภอบ้านโพธิ์
– พ.ศ. ๒๔๙๐ เป็นเจ้าคณะอำเภอบางปะกง
– พ.ศ. ๒๔๙๑ เป็นวินัยธรจังหวัด
– พ.ศ. ๒๔๙๔ เป็นผู้รักษาการเจ้าคณะอำเภอบ้านโพธิ์อีกหนึ่งตำแหน่ง
– พ.ศ. ๒๕๐๐ ได้สมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะสามัญ ที่ “พระพุทธิรังสี”
(อายุ ๕๔ ปี พรรษา ๓๐)
– พ.ศ. ๒๕๐๗ เป็นเจ้าคณะจังหวัดฉะเชิงเทรา (อายุ ๖๑ ปี พรรษา ๓๗)
– พ.ศ. ๒๕๐๘ เป็นเจ้าอาวาสวัดโสธรวรารามวรวิหาร
– พ.ศ. ๒๕๐๘ เป็นพระราชาคณะชั้นราช ที่ “พระราชพุทธิรังสี”
– พ.ศ. ๒๕๑๔ เป็นพระราชาคณะชั้นเทพ ที่ “พระเทพคุณาธาร”
– พ.ศ. ๒๕๓๐ เป็นพระราชาคณะชั้นธรรม ที่ “พระธรรมเสนานี”
– พ.ศ. ๒๕๓๕ เป็นพระราชาคณะเจ้าคณะรองชั้นหิรัญบัฏ ที่ “พระพรหมคุณาภรณ์”

มรณภาพ
        เมื่อวันที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2540 รวมอายุ 95 ปี 1 เดือน

นามเดิม สุธีร์ นามสกุล ทองบูรณะ

ฉายา สุนฺทโร

เกิด วันศุกร์ที่ 10 มกราคม 2461 ตรงกับขึ้น 9 ค่ำ เดือน 2 ปีมะเมีย

สถานที่เกิด หมู่ 6 ตำบลเปร็ง อำเภอเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา

บิดา นายรอด ทองบูรณะ

มารดา นางเทียบ ทองบูรณะ(พุ่มจำเนียร)

พี่น้องร่วมบิดามารดา

1. นางถนอม

2. นายกลิ้ง

3. นายน้อม

4. เสียชีวิตแต่เด็ก

5. พระราชมงคลวุฒาจารย์(สุธีร์ สุนฺทโร ป.ธ.4)

บรรพชา วันเสาร์ที่ 12 พฤษภาคม 2477 ตรงกับแรม 14 ค่ำ เดือน 6 ปี จอ ณ วัดสุคันธศีลาราม(หอมศีล)

ตำบลหอมศีล อำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา พระอุปัชฌาย์ พระอาจารย์บุญ ปุญฺญโชโต

วัดสุคันธศีลาราม อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา

อุปสมบท วันเสาร์ที่ 10 มิถุนายน

2482 ตรงกับแรม 8 ค่ำเดือน 7 ปีเถาะ ณ วัดทองนพคุณ แขวงคลองสาน กรุงเทพมหานคร พระอุปัชฌาย์ พระเทพวิม (ชุ่ม ติสาโร เทียบเปรียญ 4)

วัดทองนพคุณ เขตคลองสาน กรุงเทพมหานคร

พระกรรมวาจาจารย์ พระครูปลัดอุ่น วัดทองนพคุณ เขตคลองสาน กรุงเทพมหานคร

พระอนุสาวนาจารย์ พระครูลี อินฺทโชโต วัดสุคัธ ศีลาราม อำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา

การศึกษา สำเร็จขประถมศึกษาปีที่ 3 ร.ร.ประชาบาล 2477 สอบได้ น.ะ.ตรี ณ วัดสุคันธศีลาราม สำนักเรียนคณะ จังหวัดฉะเชิงเทรา

สอบได้ น.ธ.โท ณ วัดเฉลิมพระเกียรติ สำนักเรียน คณะจังหวัดนนทบุรี

สอบได้ น.ธ.เอก สำนักเรียนวัดทองนพคุณ กรุงเทพฯ

2488 สอบได้ ประโยค ป.ธ.3 สำนักเรียนวัดอนงคาราม กท.

2490 สอบได้ ประโยค ป.ธ.4 สำนักเรียนวัดอนงคาราม กท.

2493 สมัครสอบมัธยมศึกษาตอนต้น สนามสอบกรุงเทพฯ

หน้าที่การงาน

2511 เป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดโสธรวรารามเป็นเจ้าคณะอำเภอเมืองฉะเชิงเทรา

2517 เป็นรองเจ้าอาวาสวัดโสธรวราราม

2532 เป็นรองเจ้าคณะจังหวัดฉะเชิงเทรา

2540 เป็นเจ้าอาวาสวัดโสธรวรารามเป็นเจ้าคณะจังหวัดฉะเชิงเทราเป็นพระอุปัชฌาย์ ประเภทวิสามัญ

2542 เป็นที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดฉะเชิงเทรา

สมณศักดิ์

2512 เป็นพระครูสัญญาบัตรผู้ช่วยเจ้าอาวาสพระอารามหลวง ชั้นเอกที่ “พระครูสุธีธรรมคุณ”(ผจล.ชอ.)

2517 เป็นพระครูสัญญาบัตรรองเจ้าอาวาสพระอารามหลวง  ชั้นเอก(รจล.ชอ.) ในราชทินนามเดิม

2524 เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญ ที่ “พระพุทธิรังษี”

2540 เป็นพระราชาคณะชั้นราช ที่ “พระราชมงคลวุฒสจารย์

พระพุทธิรังษีมุนีวงศ์(ฮ้อ พฺรหฺมโชโต) อดีตเจ้าอาวาสวัดสัมปทวน(นอก)

อดีตเจ้าคณะจังหวัดฉะเชิงเทรา

นามเดิม ฮ้อ

ฉายา พฺหฺมโชโต

เกิด วันเสาร์ที่ 10 สิงหาคม 2521 ตรงกับขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 ปีขาล

สถานที่เกิด บ้านคลองบางกระทิง ตำบลบางไผ่ อำเภอเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา

บิดา นายอิ้ม

มารดา นางเหมียง

พี่น้องร่วมบิดามารดา

1. นางสาด

2. พระพุทธิรังษีมุนีวงศ์(ฮ้อ)

3. นายเล้ง

4. นายไล้

5. นางหมา

อุปสมบท เมื่อปีพุทธศักราช 2441 ร วัดสายชล ณ รังษี อำเภอเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา พระอุปัชฌาย์ พระครูญาณรังษีมุนีวงษา(ทำ)

อดีตเจ้าอาวาสวัดสัมปทวน(นอก) อดีตเจ้าคณะจังหวัดฉะเชิงเทรา พระกรรมวาจาจารย์ พระครูคณานุกิจวิจารย์(ชื่น) อดีตเจ้าอาวาสวัดสายชล ณ รังษี

อดีตเจ้าคณะอำเภอเมืองฉะเชิงเทรา พระอนุสาวนาจารย์ พระอาจารย์ประดิษฐ วัดสายชล ณ รังษี อำเภอเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา

การศึกษา ท่านเจ้าคุณเมื่อมีอายุเยาว์วัยได้เล่าเรียนหนังสือที่วัดสายชล ณ รังษีมีความรู้อยู่ในขั้นดี เมื่อโตรุ่นหนุ่มได้ออกจากวัดมาช่วยงานบิดามารดาทำสวนและช่างไม้

หน้าที่การงาน

2456 เป้นเจ้าอาวาสวัดปากคลองหลวงแพ่ง ตำบลศาลาแดง อำเภอบางน้ำเปรี้ยว จังหวัดฉะเชิงเทรา โดยคำสั่งของ พระทักษิณคณิศร เจ้าคณะมณฑลปราจีน

2460 เป็นเจ้าคณะอำเภอบางน้ำเปรี้ยว จังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นพระอุปัชฌาย์ ประเภทวิสามัญ

2464 เป็นกรรมการตรวจธรรสนามมณฑลสาขา และกรรมการตรวจธรรมสนามหลวง เป็นผู้รั้งตำแหน่งเจ้าคณะจังหวัดฉะเชิงเทรา

เมื่อ พระครูญาณรังษีมุนีวงษา(ทำ)วัดสัมปทวน(นอก) มรณภาพ

2466 เป็นเจ้าอาวาสวัดสัมปทวน(นอก)

2467 เป็นเจ้าคณะจังหวัดฉะเชิงเทรา

เกียรติคุณ 2464 สมเด็จพระสังฆราชเจ้า ทรงแต่งตั้งให้เป็นนักธรรมตรี กิตติมศักดิ์ พร้อมทั้งประทานพัด นักธรรมตรี

สมณศักดิ์

2453 เป็นพระปลัด ฐานะนุกรมในพระครูคณานุกิจวิจารย์(ชื่น)เจ้าคณะอำเภอเมืองฉะเชิงเทรา วัดสายชล ณ รังษี อำเภอเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา

2460 เป็นพระครูสัญญาบัตรเจ้าคณะอำเภอ ที่ “พระครูอาจารสัมบัน”

2470 เป็นพระครูสัญญาบัตรเจ้าคณะจังหวัด ที่ “พระครูญาณรังษีมุนีวงศ์ สังฆวาหะ”

2476 เป็นพระราชาคณะ ตำแหน่งสังฆปาโมกข์ ที่ “พระพุทธิรังษีมุนีวงษาคณานุรักษ์ สังฆปาโมกข์”

มรณภาพ วันที่ 5 ธันวาคม 2495 เวลาประมาณ 05.00 น. สิริรวมอายุ 74 ปี พรรษา 44

ด้านท้องถิ่น

ทถ.1
นายจาตุรนต์ ฉายแสง
เกิด วันที่ 1 มกราคม 2499

สถานที่เกิด อำเภอเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา

บิดา นายอนันต์ ฉายแสง

มารดา นางเฉลียว ฉายแสง

พี่น้องร่วมบิดา-มารดา

1. นายจาตุรนต์ ฉายแสง

2. นายกลยุทธ ฉายแสง (นายกเทศมนตรีเทศบาลเมือง)

3. นายวุฒิพงษ์ ฉายแสง

4. นางฐิติมา ฉายแสง

การศึกษา

สำเร็จประถมศึกษา จากโรงเรียนเซนต์หลุยส์ จังหวัดฉะเชิงเทรา

สำเร็จมัธยมศึกษา จากโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย กรุงเทพมหานคร

สำเร็จปริญาตรี B.A. Economics State University of New York Buffalo, New York, U.S.A.

สำเร็จปริญญาโท M.A. Economics The American University, Washington D.C., U.S.A.

ตำแหน่งทางการเมือง

2529,2531,2535/1,2538 สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 1 จังหวัดฉะเชิงเทรา

2529-2530 ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการการะทรวงการคลัง

2529-2531 เลขานุการคณะกรรมาธิการการเศรษฐกิจ

2531 ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

2531-2534 เลขานุการคณะกรรมาธิการการคลัง การธนาคารและสถาบันการเงิน

2534 เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์

2535-2538 ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม

535-2538 โฆษกพรรคความหวังใหม่

2538-2539 ประธานคณะกรรมาธิการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

2539-2540 รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง

2541-2542 เลขาธิการพรรคความหวังใหม่

2543 รองหัวหน้าพรรคไทยรักไทย

 2544 รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

 2548 รัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการ

 2549 รักษาการรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการ

 2550 รักษาการหัวหน้าพรรคไทยรักไทย

เครืองราชอิสริยาภรณ์

 2529 ตริตาภรณ์มงกุฎไทย (ต.ม.)

 2531 ตริตาภรณ์ช้างเผือก (ต.ช.)

 2533 ทวีติยาภรณ์มงกุฎไทย (ท.ม.)

 2539 ทวีติยาภรณ์ช้างเผือก (ท.ช.)

 2539 ประถมาภรณ์มงกุฎไทย (ป.ม.)

 2543 มหาวชิรมงกุฎ (ม.ว.ม.)

ที่อยู่ปัจจุบัน บ้านเลขที่ 441/12 ถนนศุภกิจ ซอยศุภกิจ 3 ตำบลหน้าเมือง อำเภอเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา โทรศัพท์ 0-3851-1210 โทรสาร 0-3851-2307

 

ทถ.2

 นายวิบูลย์ เข็มเฉลิม

ประวัติ
        นายวิบูลย์ เข็มเฉลิม เกิดเมื่อวันที่ ๒๙ ธันวาคม พ.ศ.๒๔๗๙ ที่ตำบลเกาะขนุน อำเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา บิดาเป็นหมอยาพื้นบ้าน มารดาเป็นชาวนา หลังจบการศึกษาภาคบังคับ คือ ชั้นประถมปีที่ ๔ แล้ว ได้ออกรับจ้างทำงานทั่วไป จนกระทั่งอายุ ๑๕ ปี จึงเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อทำงาน โดยเป็นลูกจ้างในกิจการต่าง ๆ หลายแห่ง ขณะเดียวกันก็ได้ศึกษาด้วยตนเอง (ศึกษาผู้ใหญ่) จนสอบเทียบได้มัธยมศึกษาปีที่ ๖ ครั้น พ.ศ. ๒๕๐๐ ได้เดินทางกลับบ้านและบวชเป็นพระภิกษุที่วัดใกล้บ้านเป็นเวลา ๖ เดือนเมื่อลาสิกขาบทแล้วได้กลับเข้ากรุงเทพฯ อีกครั้งหนึ่งเพื่อทำงาน ต่อมาได้ถูกเกณฑ์ทหารเข้าประจำการอยู่ ๒ ปี หลังปลดประจำการได้กลับไปอยู่ที่หมู่บ้านห้วยหิน ตำบลลาดกระทิง อำเภอสนามชัยเขต ประกอบอาชีพเป็นพ่อค้าคนกลาง เป็นนายทุนปล่อยกู้ในท้องถิ่น และในขณะเดียวกันก็ทำไร่ไปด้วย การเป็นนายทุนทำให้เข้าใจสภาพชาวบ้านที่ถูกเอาเปรียบ จนตัวเองไม่สามารถทนต่อความรู้สึกที่เข้าไปมีส่วนร่วมได้ จึงเปลี่ยนมาเป็นเกษตรกรอย่างเต็มตัว แต่ราคาของพืชผลไม่แน่นอน ทำให้เป็นหนี้เป็นสินจนต้องขายที่ดินส่วนใหญ่เพื่อปลดเปลื้องหนี้ โดยเหลือที่ทำกินอยู่เพียง ๙ ไร่เศษจากการปลูกพืชเศรษฐกิจเพื่อหวังผลกำไรแล้วไม่ประสบผลสำเร็จ ทำให้ต้องกลับมาเริ่มต้นชีวิตใหม่ ด้วยการปลูกพืชเพื่อให้ตนเองพอกินก่อนเปลี่ยนจากการปลูกเพื่อหารายได้ มาเป็นการผลิตเพื่อลดรายจ่ายในลักษณะพึ่งพาตนเอง และสร้างหลักประกันให้แก่ชีวิตอย่างถาวร ซึ่งการดำเนินชีวิตอยู่บนหลักธรรมแห่งการพึ่งตนเองนี้ ทำให้ชีวิตที่ล้มเหลวดีขึ้นและยังสามารถช่วยแก้ปัญหาให้ผู้อื่นได้ จนเป็นที่รู้จักกันทั้งในหมู่เกษตรกร ข้าราชการ หน่วยงานทั้งภาครัฐบาลและเอกชน ในฐานะปราชญ์ชาวบ้านที่ได้พัฒนาที่ดินให้เป็นวนเกษตร เป็นต้นแบบในการพัฒนาที่เน้นการพึ่งตนเองและการพัฒนาแบบยั่งยืนผลงาน
      ท่านได้เป็นผู้ใหญ่บ้านประสานผลประโยชน์ระหว่างชุมชนกับราชการ เป็นต้นแบบการพึ่งตนเองโดยพัฒนาที่ดินให้เป็นวนเกษตรแก่ผู้สนใจขอเข้าดูงาน ปีละหลายพันคน เป็นวิทยากรบรรยายให้การอบรมทางวิชาการ เป็นกรรมการแห่งชาติว่าด้วยการศึกษานอกโรงเรียนมีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบาย การศึกษาระดับชาติ เป็นผู้ฟื้นฟูทำนุบำรุงวัฒนธรรมท้องถิ่น และเป็นผู้ปลูกฝังจิตสำนึกให้เยาวชนรักและรู้คุณค่าของป่า เป็นวุฒิสมาชิก เป็นคนดีศรีสังคม และเป็นอื่น ๆ อีกมากนอกจากนี้ตลอดเวลากว่า ๒๐ ปีที่ผ่านมา คำบรรยายในสถานที่ต่าง ๆ ได้รับการเรียบเรียงและนำมาตีพิมพ์เผยแพร่เป็นหนังสือมากมาย เช่น วนเกษตรวิถีใหม่แห่งการพึ่งตนเองและฟื้นฟูธรรมชาติ สู่สังคมวนเกษตรสำนึกอิสระของชาวนาชาวไร่ ความคิดของผู้ใหญ่วิบูลย์ เข็มเฉลิม และสังคมถึงพร้อมด้วยความไม่ประมาท ความใฝ่ฝันของผู้ใหญ่วิบูลย์ เข็มเฉลิม เป็นต้น

 ทถ.3

 

นายไกรสร นันทมานพ

 อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดฉะเชิงเทรา

เกิด วันพฤหัสบดีที่ 2 กรกฎาคม 2474
สถานที่เกิด บ้านเลขที่ 151 หมู่ที่ 3 ตำบลเกาะขนุน อำเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา
 บิดา นายเจริญ นันทมานพ

 มารดา นางเชื่อม นันทมานพ

พี่น้องร่วมบิดา-มารดา

 1. นายธงชัย นันทมานพ (ถึงแก่กรรม)

 2. นายประเสริฐ นันทมานพ

 3. นายทองปาน นันทมานพ

 4. นางสุทธิจิต วานิชเสนีย์

 5. นางสอางค์ นันทมานพ

 6. นายทวีทรัพย์ นันทมานพ (ถึงแก่กรรม)

ครอบครัว สมรสกับ นางมุกดา นันทมานพ เป็นธิดา นายกิมชำ แซ่แบ้ กับ นางซิวฮั้ว แซ่ตั้ง มีบุตร – ธิดา รวม 3 คน

 1. นางโสมอุษา เนรกัณฐี

 2. นายเอกวิทย์ นันทมานพ

 3. นายพิษณุ นันทมานพ

การศึกษา

 2484 สำเร็จประถมศึกษาปีที่ 4 จากโรงเรียนวัดพงษาราม ตำบลเกาะขนุน อำเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา

 2487 สำเร็จมัธยมศึกษาปีที่ 3 จากโรงเรียนมงคลวิทยา ตำบลพนมสารคาม อำเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา

 2544 กำลังศึกษาปริญญาตรี คณะรัฐศาสตร์(ภาคพิเศษ) มหาวิทยาลัยรามคำแหง กรุงเทพมหานคร

ประวัติรับราชการ

 2495 ตำรวจ(ตำรวจเกณฑ์) ประจำกองกำกับการตำรวจภูธร จังหวัดฉะเชิงเทรา

2502 ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 3 ตำบลเกาะขนุน อำเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา

2504 กำนันตำบลเกาะขนุน อำเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา

เครื่องราชอิสริยาภรณ์
 
5 ธันวาคม 2522 ตริตาภรณ์มงกุฎไทย (ต.ม.)
5 ธันวาคม 2524 ตริตาภรณ์ช้างเผือก (ต.ช.)
5 ธันวาคม 2526 ทวีติยาภรณ์มงกุฎไทย (ท.ม.)
5 ธันวาคม 2528 ทวีติยาภรณ์ช้างเผือก (ท.ช.)
5 ธันวาคม 2530 ประถมาภรณ์มงกุฎไทย (ป.ม.)
5 ธันวาคม 2539 ประถมาภรณ์ช้างเผือก (ป.ช.)
5 ธันวาคม 2542 มหาวชิรมงกุฎ (ม.ว.ก.) เหรียญลูกเสือสรรเสริญ เหรียญกาชาดสดุดี ชั้นที่ 2
รางวัลและเกียรติคุณ
 
1. กำนันดีเด่น ประจำปี พ.ศ. 2514
2. กำนันดีเด่น ประจำปี พ.ศ. 2516
การดำรงตำแหน่งในมูลนิธิและคณะกรรมการต่าง ๆ

 1. นายกสมาคมพุทธอุปถัมภ์แห่งประเทศไทย

 2. นายกสมาคมอุตสาหกรรมกป่าไม้แห่งประเทศไทย

ตำแหน่งทางการเมือง
 
2522-2526 สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดฉะเชิงเทรา สมัยที่ 1
2522 ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
2523 ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
2526 – 2529 สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดฉะเชิงเทรา สมัยที่ 2
2529 เลขาธิการพรรคก้าวหน้า
2529 – 2531 สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดฉะเชิงเทรา สมัยที่ 3

2534 ที่ปรึกษาประธานสภาผู้แทนราษฎร (ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์)

2535 ข้าราชการการเมือง ตำแหน่งประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
2537 ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์)
2539 – 2543 สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดฉะเชิงเทรา สมัยที่ 4
2542 ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม (ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์)
 
ที่อยู่ปัจจุบัน บ้านเลขที่ 151 หมู่ที่ 3 ถนนพนมสารคาม – สนามชัยเขต ตำบลเกาะขนุน อำเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา โทรศัพท์ 0-3855-1171โทรสาร 0-3855-1172
 
เสียชีวิต วันที่ 26 พฤศจิกายน 2553

 ทถ.4

 

ดร . บุญเลิศ ไพรินทร์
         ดร . บุญเลิศ ไพรินทร์ เกิดเมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม พ . ศ . 2484 ที่ตำบลบางกระเจ็ด อำเภอบางคล้า เป็นบุตรชายของนายจ้อย และนางพิศ ไพรินทร์ ศึกษาระดับมัธยมต้น จากโรงเรียนแผนใหม่บางคล้า ( ปัจจุบัน คือ โรงเรียนเทศบาล 1 วัดแจ้ง ) และโรงเรียนเบญจมราชรังสฤษฎิ์ ได้รับทุนของจังหวัดไปเรียนที่โรงเรียนฝึกหัดครูบ้านสมเด็จเจ้าพระยา จบปริญญาตรีจากวิทยาลัย การศึกษาประสานมิตรและมหาวิทยาลัยรามคำแหง ระดับปริญญาโทและปริญญาเอก จากมหาวิทยาลัย จอร์เจีย ประเทศสหรัฐอเมริกา ในปี พ . ศ . 2542
        ดร . บุญเลิศ ไพรินทร์ ได้รับเลือกเป็นวุฒิสมาชิกของจังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งเป็นการเลือกตั้งวุฒิสมาชิกของประเทศไทยเป็นครั้งแรก เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2543

 ทถ.5

 

 นายวิจิตร คุณาวุฒิ
        นายวิจิตร คุณาวุฒิ เกิดวันที่ 23 มกราคม พ . ศ . 2465 ที่ตำบลบางคล้า เป็นบุตรของนายสุจินต์และนางหลด คุณาวุฒิ ได้รับการศึกษาขั้นต้นจากโรงเรียนประชาบาลวัดแจ้ง อำเภอ บางคล้า จากนั้นไปศึกษาต่อที่โรงเรียนวชิราวุธวิทยาลัย ระดับมัธยมปลายและสำเร็จการศึกษา ขั้นเตรียมปริญญาจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และการเมือง

 พ . ศ . 2482 นายวิจิตร คุณาวุฒิ ประกอบอาชีพเป็นนักหนังสือพิมพ์และเขียนเรื่องสั้น

 พ . ศ . 2483 เข้าวงการโดยแสดงภาพยนตร์ กำกับการแสดง และเขียนบทภาพยนตร์

 พ . ศ . 2503 ได้รับรางวัลตุ๊กตาทองจากภาพยนตร์ เรื่อง “ มือโจร ” ซึ่งเขียนบทและกำกับการแสดงเอง หลังจากนั้นก็ได้รับรางวัลตุ๊กตาทอง รางวัลพระสุรัสวดี รางวัลสุพรรณหงส์ทองคำ รางวัลจากการประกวดภาพยนตร์เอเซีย จนได้รับสมญาว่า เศรษฐีตุ๊กตาทอง

 พ . ศ . 2530 คณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติมีมติประกาศยกย่องให้นายวิจิตร คุณาวุฒิ เป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง พ . ศ . 2535 ได้รับพระราชทานปริญญานิเทศศาสตร์ ดุษฎีบัณฑิต จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

 พ . ศ . 2535 ได้รับพระราชทานปริญญานิเทศศาสตร์ดุษฎีบัณฑิต จากจุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย

 นายวิจิตร คุณาวุฒิ ถึงแก่กรรมวันที่ 31 กรกฎาคม พ . ศ . 2540 เมื่อมีอายุได้ 75 ปี

 

 ทถ.6

 

น ายชัยชนะ บุญนะโชติ
         นายชัยชนะ บุญนะโชติ เกิดวันที่ 5 มกราคม 2485 เป็นบุตรนายบุญชู และนายแฉ่ง บุญนะโชติ ตำบลบางคล้า อำเภอบางคล้า นายชัยชนะ บุญนะโชติ ชอบการร้องเพลงมาตั้งแต่เกิดและเข้าสู่วงการบันทึกแผ่นเสียงครั้งแรกเมื่อ อายุ 16 ปี เพลงที่ทำให้นายชัยชนะมีชื่อเสียงโด่งดังเป็นที่รู้จักของคนทั่วไปมีหลาย เพลง เช่น แตงร่มใบ ล่องใต้ ใจนางเหมือนทางรถ ชายสามโบสถ์ เป็นต้น
         นอกจากการร้องเพลงแล้วนายชัยชนะยังมีความสามารถในการแต่งเพลงอีกด้วย นายชัยชนะมีผลงานเพลงที่แต่งมากกว่า 50 เพลง ด้วยคามสามารถดังกล่าวจึงได้รับพระราชทาน เข็มเกียรติคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และรับโล่พระราชทานจากสมเด็จพระเทพรัตน ราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในงานกึ่งศตวรรษลูกทุ่งไทย ครั้งที่ 1 จากเพลง แตงร่มใบ และครั้งที่ 2 จากเพลงชายสามโบสถ์
        นายชัยชนะ บุญนะโชติ ได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติเป็นศิลปินแห่งชาติสาขาศิลป การแสดง ( นักร้องเพลงลูกทุ่ง ) เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2541

 

 ทถ.7

 

นายชลอ วนะภูติ

 

         นายชลอ วนะภูมิ เกิดวันที่ 31 มีนาคม พ . ศ . 2458 ที่ตำบลปากน้ำ อำเภอบางคล้า เป็นบุตร นายวอน และนางจบ วนะภูติ สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาจากโรงเรียน สวนกุหลาบวิทยาลัย พ . ศ . 2471 สำเร็จการศึกษาระดับอุดมศึกษาจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พ . ศ . 2476 มหาวิทยาลัยธรรมและการเมือง พ . ศ . 2477 และใน พ . ศ . 2487 สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยมินิโซตา ประเทศสหรัฐอเมริกา รับราชการครั้งแรกเป็นอักษรเลขจังหวัดพัทลุง พ . ศ . 2477 พ . ศ . 2497 เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดพระนคร พ . ศ . 2511 เป็นรองปลัดกระทรวงมหาดไทย ตำแหน่งสูงสุด ได้รับโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงมหาดไทยใน พ . ศ . 2517

ทถ.8

 ดร . โกวิท วรพิพัฒน์
           เกิดวันที่ 17 พฤศจิกายน พ . ศ . 2476 ที่ตำบลสาวชะโงก อำเภอ บางคล้า ได้รับการศึกษาระดับประถมศึกษาจากโรงเรียนประชาบาลวัดใหม่บางคล้า ( อุดมกิจ ประชาสรรค์ ) สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาจากโรงเรียนเบญจมราชรังสฤษฏิ์ฉะเชิงเทรา สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี – ปริญญาโท และปริญญาเอก จากมหาวิทยาลัยยูท่าห์ ประเทศสหรัฐอเมริกา และได้รับปริญญา ศึกษาศาสตร์ดุษฏีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ จากมหาวิทยาลัยมหิดล และมหาวิทยาลัยรามคำแหง ใน พ . ศ . 2535 ได้รับโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงศึกษาธิการ และได้รับคัดเลือกจากมูลนิธิธารน้ำใจ ให้เป็นคนไทยตัวอย่าง ประมาณเดือนกันยายน 2543 แพทย์ตรวจพบว่าเป็นมะเร็งที่ตับอ่อน ได้เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ และถึงแก่อนิจกรรมในวันจันทร์ที่ 25 ธันวาคม 2543 สิริรวมอายุได้ 68 ปี

 

 ทถ.9

 

พลอากาศเอกสนั่น ทั่วทิพย์
          พลอากาศเอกสนั่น ทั่วทิพย์ เกิดวันที่ 11 กุมภาพันธ์ พ . ศ . 2482 เป็นบุตร นายสาคร และนางผิน ทั่วทิพย์ สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาจากโรงเรียนเบญจมราชรังสฤษฎิ์ สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนนายเรืออากาศ รุ่น 5 ปี พ . ศ . 2500 สำเร็จจากโรงเรียนการบินกองทัพอากาศ ประเทศสหรัฐอเมริกา พ . ศ . 2506

พ . ศ . 2508 ไปราชการสงครามเวียดนาม

พ . ศ . 2512 ไปราชการสงครามเกาหลี

พ . ศ . 2517 เป็นนักบินประจำอากาศยานพระราชพาหนะ

พ . ศ . 2520 เป็นราชองค์รักษ์เวร

พ . ศ . 2536 ได้รับคัดเลือกเป็นผู้บริหารราชการพลเรือนดีเด่นของสมาคมข้าราชการพลเรือนแห่งประเทศไทย

พ . ศ . 2541 เป็นราชองครักษ์พิเศษ และใน พ . ศ . 2542 ได้รับโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่งเป็นผู้บัญชาการทหารอากาศจนเกษียณอายุราชการในเดือนกันยายน 2543

ด้านศิลปวัฒนธรรม

ด้านศ

นาม พระยาศรีสุนทรโวหาร (น้อย อาจารยางกูร)

ประวัติ

       ผลงานและเกียรติคุณที่ได้รับ ท่านได้สร้างผลงานอันเป็นประโยชน์แก่ประเทศ ชาติและมวลมนุษยชาติอย่างอเนกอนันต์ ทางด้านภาษาไทยในสมัยนั้นจนได้รับการยอมรับยกย่องว่าเป็น “ตุลาการแห่งหนังสือไทย” โดยแต่งหนังสือเป็นเรื่องเกี่ยวกับแบบเรียนภาษาไทย ประกาศพระราชพิธีต่าง ๆ สุภาษิต และเรื่องเบ็ดเตล็ดอื่น ๆ อีกมากมาย เช่น แบบเรียนหนังสือไทยมูลบทบรรพกิจ วาหะนิติ์กร อักษรประโยค สังโยคพิธาน ไวพจน์พิจารณ์ พิศาลการันต์ ไวพจน์ประพันธ์ ปกีรณำพจนาตถ์ พรรณพฤกษากับสัตวาภิธาน สยามสาธกวรรณสาทิศ ดังนี้ เป็นต้น

ผลงาน เกียรติคุณที่ได้รับ

       ท่านยังได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นที่ ๔ ชื่อภัทราภรณ์ เครื่องราชอิสริยาภรณ์ช้างเผือกชั้นที่ ๓ ชื่อ นภาภรณ์ เหรียญดุษฎีมาลาเข็มศิลปวิทยา เครื่องราชอิสริยาภรณ์สำหรับตระกูล ชื่อ ทุติยจุลจอมเกล้า และสุดท้ายได้รับพระราชทานโกฐโถ มีเครื่องพร้อมเป็นเกียรติยศ หลังอนิจกรรมเมื่อ ๑๕ ตุลาคม พ.ศ.๒๔๓๔

        พระยาศรีสุนทรโวหาร (น้อย อาจารยางกูร) เกิดที่บ้านในคลองโสธร แขวงเมืองฉะเชิงเทรา บิดาชื่อทองดี มารดาชื่อบัว อายุ ๑๓ ได้เข้ามาพักอยู่ที่วัดสระเกศวรวิหาร เพื่อเรียนวิชาหนังสือไทย หนังสือขอมกับสำนักอาจารย์ต่าง ๆ ครั้นอายุ ๒๑ ปี ก็อุปสมบทเป็นภิกษุอยู่ในวัดสระเกศวรวิหาร หลังบวชได้ ๓ พรรษา ได้เป็นเปรียญเอก ๕ ประโยค ถัดมาอีก ๓ พรรษา ได้เป็นเปรียญเอก ๗ ประโยคในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ท่านได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ สถาปนาให้เป็นพระยาประสิทธิคุณ ที่พระราชาคณะอยู่ในวัดสระเกศวรวิหาร ดำรงสมณเพศอยู่รวม ๑๑ พรรษา จึงถวายพระพรลาสิกขาบท เข้าถวายตัวทำราชการแปลหนังสือไทยและหนังสือขอมในกรมมหาดเล็ก ในเวลา ๑ ปีต่อมาได้รับการโปรดเกล้าฯ ให้เป็นที่ขุนประสิทธิ์อักษรศาสตร์ ผู้ช่วยกรมอาลักษณ์ และว่าที่เจ้ากรมอักษรพิมพ์การเป็น ๒ ตำแหน่งต่อมาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้เลื่อนตำแหน่งยศเป็นขุนสารประเสริฐ ปลัดทูลฉลองกรมพระอาลักษณ์ ความชอบจากการขนานนามช้างและแต่งฉันท์กล่อมช้างเวลาสมโภช และได้ตำแหน่งอื่น ๆ อีกในเวลาต่อมา คือ หลวงสารประเสริฐ พระศรีสุนทรโวหาร และพระยาศรีสุนทรโวหาร ญาณปรีชามาตย์ บรมนารถนิตยภักดี พิริยะพาหะ

ภาพกิจกรรม

พฤษภาคม 2018
พฤ อา
« ก.ย.    
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031  

ความเห็นล่าสุด